About hahhongadmin

This author has not yet filled in any details.
So far hahhongadmin has created 165 blog entries.

หมวกจักรยาน ของสำคัญที่ถูกมองข้าม

[fusion_builder_container hundred_percent=”no” equal_height_columns=”no” menu_anchor=”” hide_on_mobile=”small-visibility,medium-visibility,large-visibility” class

หมวกจักรยาน ของสำคัญที่ถูกมองข้าม2020-12-29T13:05:00+07:00

การเซอร์วิสชุดคลัทช์รั้งโซ่ของตีนผีระบบ ShadowRD+

ตีนผีในชุดขับของเรานั้น ถึงจะดูเหมือนทำงานและใช้การได้ดีก็ยังต้องการได้รับการตรวจเช็คและเซอร์วิสบ้างเป็นครั้งคราว เพื่อให้มั่นใจว่ามันยังคงใช้งานได้ดีอยู่เสมอ แม้ว่าการเซอร์วิสนั้นเราจะไม่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง แต่คาดว่าหลายท่านคงสงสัยอยู่บ้างว่าการเซอร์วิสตีนผีมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง วันนี้แอดมินมีขั้นตอนการเซอร์วิสตีนผีโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของฮะฮงมาให้ชมกันครับ

ตีนผีที่เราใช้ในการสาธิตในวันนี้คือตีนผีรุ่น RD-M9120-SGS นะครับ ตีนผีตัวนี้ผ่านการใช้งานมาแล้วประมาณ 1 ปีกว่าๆ และยังไม่เคยได้รับการตรวจเช็ค

เครื่องมือที่ต้องใช้ (อาจแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละรุ่น)

  • หกเหลี่ยมเบอร์ 2
  • ไขควงแบน
  • ด้ามขันทอร์คและหัว (รุ่นนี้ใช้เบอร์ 4)
  • และจารบีพิเศษสำหรับเซอร์วิสชุดคลัทช์ตีนผีของ SHIMANO ครับ

จารบีพิเศษสำหรับตีนผี SHADOW RD+ ของ SHIMANO มีคุณสมบัติของเนื้อจารบีที่เบา ไม่ยืดเหนียว เนื้อจารบีมีความคงรูปและไม่ไหลเยิ้ม

การตรวจเช็คเบื้องต้น

การตรวจเช็คชุดคลัทช์ของตีนผีสามารถทำได้ง่ายๆ โดยเริ่มจากดันตัวสวิทช์ตีนผีมาที่ตำแหน่ง ON
จากนั้นให้ทำการดันหรือง้างขาตีนผีหรือ Chain cage ตีนผีออก หากมีอาการฝืด สะดุด หรือแข็งมากเกินไป นั่นเป็นสัญญาณว่าชุดคลัทช์ตีนผีต้องการได้รับการดูแลแล้ว
ขั้นตอนการตรวจเช็คนี้แนะนำให้ทำตอนที่ตีนผีอยู่บนรถ จะทำได้ง่ายกว่า

ขั้นตอนการเซอร์วิส

เริ่มจากใช้หกเหลี่ยมเบอร์ 2 ขันน็อตล็อกฝาปิดชุดคลัทช์ออกทั้ง 3 ตัว
  • เปิดฝาปิดชุดคลัทช์ออก
  • ทำการตรวจสอบสภาพภายในบริเวณชุดคลัทช์ ชิ้นส่วนบริเวณใต้ฝาชุดคลัทช์ควรแห้งและสะอาด ไม่มีคราบสนิมหรือสิ่งสกปรกใดๆ
  • หากภายในบริเวณนี้มีคราบสนิมหรือสิ่งสกปรก แปลว่าน้ำหรือความชื้นเข้าไปได้ และการเซอร์วิสให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมนั้นจะทำได้ยาก

ดันสวิทช์ตีนผีไปที่ตำแหน่ง OFF แล้วทำการถอดชุดคลัทช์และชุดลูกเบี้ยวออก

ที่ชุดคลัทช์ ให้ใช้ไขควงปากแบนแทรกเข้าไปที่ลิ้นของตัวแหวนรัดคลัทช์ บิดไขควงเล็กน้อยเพื่อง้างแหวนออกแล้วใช้นิ้วดันตัวคลัทช์ออกมาจากแหวนรัด

แหวนรัดคลัทช์และตัวโรลเลอร์คลัทช์

ใช้ผ้าสะอาดหรือกระดาษทิชชู่เช็ดทำความสะอาด ทั้งบนตัวโรลเลอร์คลัทช์และแหวนรัด

ใช้พู่กันหรือเครื่องมือที่สะอาดช้อนตักจารบีขึ้นมาเล็กน้อย หลีกเลี่ยงการใช้มือหรือเครื่องมือที่ไม่สะอาดที่อาจจะทำให้เนื้อจารบีปนเปื้อนได้

ทำการป้ายจารบีลงไปบริเวณที่โรลเลอร์คลัทช์จะถูกรัดด้วยแหวน
ห้ามทาจารบีที่บริเวณชุดลูกปืนด้านในเด็ดขาด เพราะจะทำให้การยึดเกาะของลูกปืนคลัทช์กับแกนของขาตีนผีลดลง

เมื่อทำการทาจารบีที่ตัวคลัทช์แล้วก็ให้ทำการประกอบแหวนรัดเข้ากับตัวโรลเลอร์คลัทช์ โดยใช้ไขควงแบนง้างแหวนออกเล็กน้อยแล้วทำการสวมลงไปที่ตัวคลัทช์
ระวังการใส่กลับด้าน และตำแหน่งของแหวนรัดควรอยู่ที่บริเวณตรงกลางของจุดรัดที่ตัวโรลเลอร์คลัทช์

ประกอบชุดลูกเบี้ยวเข้ากับตัวคลัทช์ ที่แกนของลูกเบี้ยวจะมีรอยบากอยู่ หันรอยบากเข้าหาลิ้นของแหวนล็อก

สวมโรลเลอร์คลัทช์เข้ากับแกนขาของตีนผี จัดตำแหน่งของชุดลูกเบี้ยวให้วางตัวสนิทถึงฐานด้านล่าง

ใช้นิ้วกดประคองที่แกนลูกเบี้ยวของชุดคลัทช์แล้วทำการดันสวิทช์ตีนผีมาที่ตำแหน่ง ON

ทำการตั้งค่าเครื่องมือขันทอร์คตามค่าที่เรากำหนด (ในรูปตั้งไว้ที่ประมาณ 3.2Nm) ปรับทิศทางการขันแบบทวนเข็มนาฬิกา สอดหัวขันไปที่แกนของชุดคลัทช์แล้วทำการขันเพื่อตรวจสอบค่าความต้านทานของชุดคลัทช์

หากว่าขาของตีนผีสามารถขยับได้ก่อนที่เครื่องมือจะเตือนทอร์ค แปลว่าความต้านทานของชุดคลัทช์นั้นต่ำไป ให้ทำการปรับแต่งความแข็งของแหวนรัดให้มากขึ้น จนกระทั่งชุดเครื่องมือขันทอร์คลั่นเตือนก่อนที่ขาตีนผีจะเคลื่นไหวได้

เครื่องมือขันทอร์คแบบดิจิตอลจะใช้งานได้แม่นยำกว่าในขั้นตอนนี้

การขันปรับความแน่นของแหวนรัดให้ใช้หกเหลี่ยมเบอร์ 2 ขันในทิศทางตามเข็มนาฬิกา ค่อยปรับทีละน้อยจนกว่าจะได้ค่าความแข็งตึงตามที่ต้องการ
(การปรับจะแตกต่างกันไปตามรุ่นของตีนผี)
เมื่อปรับแต่งจนได้ค่าตามที่เราต้องการแล้วให้ทำการปิดฝาครอบชุดคลัทช์ตีนผีให้เรียบร้อย การขันน๊อตล๊อกฝาปิดควรทำด้วยความระมัดระวังและไม่ควรขันแน่นจนเกินไป
เมื่อปรับแต่งจนได้ค่าตามที่เราต้องการแล้วให้ทำการปิดฝาครอบชุดคลัทช์ตีนผีให้เรียบร้อย การขันน๊อตล๊อกฝาปิดควรทำด้วยความระมัดระวังและไม่ควรขันแน่นจนเกินไป
ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของฮะฮงได้ที่ Facebook: Hah Hong Technical Support
ค้นหาร้านค้าตัวแทนจำหน่ายใกล้คุณเพื่อเข้ารับ Service ได้ที่: hahhong.com/dealer

การเซอร์วิสชุดคลัทช์รั้งโซ่ของตีนผีระบบ ShadowRD+2020-12-29T13:05:00+07:00

THE STORY OF SCHWALBE TIRES: เจาะลึกแบรนด์ยางชั้นนำระดับโลก

การเลือกยางจักรยานที่มีคุณภาพเหมาะกับรูปเเบบการปั่นของคุณ เเบรนด์ที่น่าเชื่อถือจะทำให้คุณปั่นสนุกขึ้น ปลอดภัยขึ้น เเละมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย

Schwalbe (ชวาล-เบ้ หรือ ชวาล-บี้) เป็นแบรนด์ยางชั้นนำ เชี่ยวชาญในการผลิตยางจักรยานโดยเฉพาะ มาดูกันครับว่าทำไม Schwalbe ถึงเป็นแบรนด์ยางจักรยานที่น่าเลือกใช้

Schwalbe เป็นยางสัญชาติเยอรมนี โดยผู้ก่อตั้งคือนาย Ralf Bohle

Headquarter ของ Schwalbe ตั้งอยู่ที่ Reichshof ทางตะวันออกของเมือง Cologne
เป็นเวลาเกือบ 50 ปีที่ Schwalbe ได้พัฒนายางจักรยานทุกรูปแบบ ตั้งแต่ปี 1973

Schwalbe มีการผลิตและจำหน่ายยางจักรยานไปทั่วโลกกว่า 17 ล้านเส้นต่อปี เป็นแบรนด์อันดับต้นๆของโลกในตลาดยางจักรยาน
โดยมีฐานผลิตอยู่ที่ประเทศอินโดนีเซีย และ เวียดนาม

Schwalbe เกิดมาเพื่อเป็นยางจักรยานโดยเฉพาะ และมีทีมที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนานในการพัฒนายางเพื่อจักรยาน

ยางทุกรุ่นจะถูกทดสอบอย่างหนักและมีการทดสอบการป้องกันโดยทีม R&D ยางแต่ละรุ่นที่ผลิตออกมาจะถูกส่งมายังห้องปฏิบัติการ โดยมีทีมวิจัยและพัฒนา 3 คน
ในการทดสอบการใช้งาน ซึ่งจะมีการทดสอบหลายอย่าง เพื่อกำหนดความทนทานของยางแต่ละรุ่น ออกเเบบเข้ากับลักษณะการใช้งานของยางแต่ละรุ่น

เครื่องทดสอบของ Schwalbe จะมีเยอะมาก เเละมีการทดสอบที่แตกต่างกัน เช่น การป้องกันการทะลุ การหาค่าระยะทางของเนื้อยาง การทดสอบแรงดันของยาง เป็นต้น

กล้องที่ส่องได้อย่างละเอียด เพื่อส่องขอบของยาง

ภายในขอบยางจะประกอบด้วยรายละเอียดต่างๆ

เครื่อง The Stabber จะเป็นการปล่อยเครื่องใบมีดจากความสูงที่ต่างกันเพื่อระบุแรงที่ต้องใช้ในการเจาะยางแต่ละประเภท
เครื่อง The Gripper จะเกี่ยวกับเรื่องการยึดเกาะของยาง ซึ่งเครื่องนี้สามารถเปลี่ยนจำลองพื้นผิวสัมผัสได้ เช่น พื้นคอนกรีต พื้นที่เปียกฝน เป็นต้น
เครื่อง 3D Printer นี้ทำหน้าที่จำลองดีไซน์ดอกยางขึ้นมา ก่อนที่จะมีการผลิตแม่พิมพ์จริงเพื่อประหยัดต้นทุนหากมีการแก้ไข
เครื่องทดสอบการเบรกและการเลี้ยวนี้ไม่มีชื่อ แต่ทำหน้าที่จำลองแรงเบรก และการเลี้ยว ว่ามีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด โดยการบังคับของหุ่นยนต์
หลังจากสร้างสารประกอบแล้วจะมีการเลือกเกรดยางที่แตกต่างกัน – 50 tpi (ส่วนใหญ่เป็นยางรุ่นเก่า), 67 tpi (ใช้ในยางส่วนใหญ่ในปัจจุบัน)
และ 127 tpi สำหรับยางสำหรับแข่งขันระดับไฮเอนด์ส่วนใหญ่และดอกยางถูกนำไปผลิตโดยมีเลเซอร์ช่วยอย่างแม่นยำ
ยางก่อนที่จะมีการขึ้นดอกยางจะเรียกว่า Green tires ซึ่งพร้อมเข้าสู่แม่พิมพ์ความร้อนสูงเพื่อขึ้นรูปดอกยาง
เครื่องแม่พิมพ์แรงดันสูง ที่ใช้ความร้อนที่ 170องศา ในการหล่อดอกยางขึ้นมา โดยแม่พิมพ์แต่ละรุ่นจะมีราคาสูงและป้องกันการลอกเลียนแบบได้อย่างดีที่สุด
Markus Hachmeyer หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ประเภทยาง MTB ที่มีประสบการณ์ทำงานกว่า 20 ปีกับ Schwalbe
ที่เขาสร้างสรรค์และดีไซน์ยางที่ดีที่สุด เพื่อตอบโจทย์กับการปั่น MTB ในทุกรูปแบบ
หลักการออกแบบที่ Markus Hachmeyer ได้คิดและทดสอบ Pattern ของดอกยางต่างๆนั้น มีหลักการถึงการใช้งานในแต่ละประเภทให้เหมาะสมที่สุด
Schwalbe เป็นบริษัทผู้ผลิตยางจักรยานขนาดใหญ่ที่มี Distributor มากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก มีการบริการหลังการขาย
ยาง Schwalbe เป็นแบรนด์ที่เป็นผู้นำในด้านยางจักรยานทั่วโลก ที่มีความหลากหลายในทุกด้านของยางจักรยาน ไม่ว่าจะเป็นยางใน ยางนอก
อุปกรณ์ต่างๆที่เกียวกับยางจักรยานทุกชนิด Schwalbe มีผลิตทุกอย่าง รวมถึงประเภทของยางจักรยานที่มีในทุกประเภทการปั่น และมีหลาย Level ตามการใช้งานของลูกค้า
สั่งซื้อ สอบถามเพิ่มเติม หรือใช้บริการ service: http://hahhong.com/dealer/
ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่น: https://www.facebook.com/hahhongth/
THE STORY OF SCHWALBE TIRES: เจาะลึกแบรนด์ยางชั้นนำระดับโลก2020-12-29T13:05:01+07:00

LAZER BULLET 2.0: The Aerodynamic

Lazer Bullet 2.0 Asian fit หมวก Road racing ระดับ Top performance ที่มีจุดเด่นด้านความแอโร่ไดนามิคที่มาพร้อมกับการระบายอากาศที่ดีเยี่ยม ถ้าหากคุณกำลังมองหาหมวก Performance สักใบก็นับว่าเป็นหมวกตัวหนึ่งที่ครบเครื่องเลยทีเดียว

ช่อง Air Slide เปิดหรือปิดเพื่อความแอโร่ไดนามิค และ รับลมเพื่อการระบายอากาศได้ดียิ่งขึ้น
ช่อง Air Slide เปิดหรือปิดเพื่อความแอโร่ไดนามิค และ รับลมเพื่อการระบายอากาศได้ดียิ่งขึ้น

แม่เหล็กเอาไว้เก็บเลนส์เมื่อเวลาใช้งานเสร็จและไม่ได้ปั่นเท่านั้น ไม่แนะนำให้เก็บเลนส์ที่ด้านหลังขณะปั่นจักรยาน

เลนส์ Panoramic แบบแม่เหล็กให้การมองที่ชัดเจน และสบายตัวเลนส์จะไม่สัมผัสใบหน้า ให้ Aerodynamic สูง

หมวก Bullet 2.0 ใช้วัสดุระดับ Top-end ที่เสริมพรีเมียม shell เข้าไปเพื่อการป้องกันที่มากยิ่งขึ้น

Option Closed caps แทนที่ Air slide และ Venturi cap แบบทึบที่มีมาให้ในกล่อง เพื่อความ Aerodynamic สูงสุด

Closed caps เพื่อความ Aerodynamic สูงสุด สำหรับผู้ที่ serious aerodynamic

Sticker Lazer ขนาดใหญ่ด้านหน้าแบบสะท้อนแสง ให้การสังเกตที่ชัดเจน

ระบบปรับกระชับ Advanced Turnfit System ให้การปรับกระชับที่ละเอียด ทุกส่วนของศรีษะ รวมถึงทรงหมวกแบบ Asian Fit
ที่สวมใส่ได้พอดีเหมาะกับศรีษะคนไทย และด้านหลังยังมีไฟ LED ช่วยเพิ่มการสังเกตได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

เชื่อมั่นด้วยประสบการณ์กว่า 100 ปีที่ Lazer ได้สร้างหมวกกันน๊อคที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุดแก่นักปั่น และมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล

มีจำหน่ายด้วยกัน 5 สี ดังนี้ ราคา 7,200 บาท

ค้นหาร้านค้าตัวแทนจำหน่ายใกล้ท่านได้ที่: http://hahhong.com/dealer/
ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/LazerHelmetsTH/

LAZER BULLET 2.0: The Aerodynamic2020-12-29T13:05:01+07:00

Hah Hong: SHIMANO Di2 Training Camp (July & Aug)

SHIMANO Di2 นอกจากจะมีประสิทธิภาพการทำงานสูงที่คุณวางใจได้แล้ว คุณยังอุ่นใจได้กับบริการหลังการขายจากตัวแทนทุกท่านที่ผ่านการอบรมกับเราทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ไม่ว่าจะการประกอบ ดูแลซ่อมแซม อัพเดตเฟิร์มแวร์หรือตรวจเช็คสภาพ เเละยังมีทั้งชิ้นส่วนอะไหล่พร้อมสำหรับเปลี่ยนและช่างที่มีความรู้พร้อมบริการดูแลชุดเกียร์ของคุณได้เป็นอย่างดีเสมอ เลือกซื้อ Di2 จากร้านจักรยานใกล้บ้านคุณได้แล้ววันนี้ที่ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศไทย

Hah Hong: SHIMANO Di2 Training Camp (July & Aug)2020-12-29T13:05:01+07:00

Di2 ดี…อย่างไร?

SHIMANO Di2 ย่อมากจาก Digital Integrated Intelligence คือระบบชุดเกียร์ไฟฟ้าที่ทำงานและสั่งงานด้วยการกดปุ่ม พัฒนายืนพื้นมาจากระบบเกียร์เมคคานิคส์หรือเกียร์สาย ให้เป็นชุดเกียร์ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หรือเรียกได้ว่าเป็นชุดอัพเกรดของระบบเกียร์เมคคานิคส์นั่นเอง สำหรับคนที่มีความต้องการที่จะพัฒนาจักรยานของคุณให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งกว่าเดิมมาดูกันว่าฟังก์ชั่นของเจ้า SHIMANO Di2 นี้มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง มีดีแตกต่างจากเกียร์เมคานิคส์อย่างไร ควรค่าแก่การลงทุนของคุณหรือไม่ เราไปดูกัน

1. ความแม่นยำในการเปลี่ยนเกียร์สูง

Di2 มีระบบที่จะคอยดูแลช่วยเหลือให้การเปลี่ยนเกียร์ของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุดอยู่ตลอด โดยมีความสามารถในการเปลี่ยนเกียร์แต่ละสเต็ปคงที่และแม่นยำอย่างมาก เพราะสั่งการชุดเกียร์ด้วยสัญญาณไฟฟ้า จึงไม่มีปัญหาจากการเสื่อมสภาพ ความฝืดเคือง หรือการรั้งตัวของสายเคเบิ้ล ที่อาจทำให้การเปลี่ยนเกียร์ไม่เข้าที่ได้ นอกจากนี้แบตเตอรี่ยังใช้งานได้ยาวนาน เป็นระยะการขี่ 1500 – 2000 km ถึงแม้แบตเตอรี่ใกล้หมดแล้วความแม่นยำในการเปลี่ยนเกียร์ก็ไม่ได้ลดลง นอกจากนี้ยังมีความเร็วในการเปลี่ยนเกียร์สูง และสเถียรเป็นอย่างมาก ซึ่งประสิทธิภาพความแม่นยำสูงนี่เองที่ชนะใจนักแข่งโปรทัวร์หลายๆคนจนเลือกไปติดตั้งกับจักรยานเพื่อใช้แข่งขัน

2. การบำรุงรักษาต่ำ

เมื่อไม่ต้องกังวลกับปัญหาที่เกิดจากสายเคเบิ้ล ก็สามารถช่วยลดการบำรุงรักษาชุดเกียร์ลงไปได้มาก แล้วชุดเกียร์ Di2 ยังมีอายุการใช้งานยาวนานกว่าเกียร์เมคานิคส์ ตัวระบบกันน้ำ มีความทนทานต่อการใช้งานอย่างหนักหน่วง รวมถึงมีการขยับเขยื้อนของชิ้นส่วนน้อยมากๆ จึงยังสามารถทำงานได้ดีแม้ในสภาพเลอะดินเลอะโคลน เรียกได้ว่าเมื่อปรับแต่งครั้งหนึ่งแล้วสามารถทำงานอย่างแม่นยำไปได้ตลอด ยกเว้นในกรณีที่รถล้ม จึงค่อยมีการซ่อมแซมและปรับแต่งใหม่ ซึ่งตัว Di2 เองก็มีระบบป้องกันความเสียหายของชิ้นส่วนต่างๆด้วย เช่น ระบบป้องกันโซ่ตก ลดการเสียดสีของขาจาน ป้องกันความเสียหายของตีนผีหากเกิดการล้ม เป็นต้น นอกจากความแม่นยำแล้วเรื่องความคงทนนี่เองที่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้นักแข่งโปรทัวร์เลือกใช้ชุดเกียร์ Di2 ในการแข่งขันสำคัญ เพราะช่วยลดความกังวลเรื่องการชำรุดของชิ้นส่วนระหว่างทาง ทำให้ลงแข่งได้อย่างมั่นใจ

3. ใช้งานง่าย ปรับแต่งได้หลากหลาย

มือเกียร์ของ Di2 ถูกออกแบบด้วยพื้นฐานเดียวกันกับมือเกียร์ระบบเมคานิคส์ของ SHIMANO ผู้ใช้จึงสามารถทำความคุ้นเคยและใช้งานได้อย่างง่ายดาย โดยสามารถปรับค่าปุ่มต่างๆบนมือเกียร์ได้ตามความสะดวกในการใช้งาน เช่นการกำหนดตัวเลือกในการกดปุ่มเป็นเปลี่ยนเกียร์ขึ้นเฟืองใหญ่ ลงเฟืองเล็ก หรือเปลี่ยนมากกว่า 1 เกียร์ รวมถึงตั้งค่าความเร็วในการเปลี่ยนเกียร์ได้ แล้วยังมีอุปกรณ์เสริมให้เลือกติดตั้งเพื่อกดเปลี่ยนเกียร์จากตำแหน่งไหนของบาร์ก็ได้อีกด้วย จึงพูดได้เลยว่าสามารถปรับแต่งให้เข้ากับจักรยานได้ทุกรูปแบบ

4. น้ำหนักเบา เรียบร้อยสะอาดตา

Di2 ในปัจจุบันได้ถูกพัฒนาให้เบาขึ้น และมีขนาดเล็กจนแทบไม่ต่างจากเกียร์ระบบเมคานิคส์ และด้วยโครงสร้างภายในชิ้นส่วนที่แตกต่างกัน ทำให้น้ำหนักรวมของ Di2 ออกมาเบากว่าเกียร์เมคานิคส์ในซีรีย์เดียวกันเล็กน้อยเสียด้วยซ้ำ บวกกับการทำงานด้วยระบบไฟฟ้าทำให้ลดจำนวนสายเคเบิ้ลที่ระโยงระยางลง จักรยานที่ติดชุดเกียร์ Di2 จึงดูเรียบร้อยสะอาดตากว่าชุดเกียร์เมคานิคส์อีกด้วย

5. ปรับแต่งง่ายผ่าน E-TUBE

E-TUBE Project คือโปรแกรมที่ใช้ตรวจเช็คและปรับแต่งระบบอิเล็คโทรนิคส์ของ SHIMANO ซึ่งช่วยให้การปรับแต่งจักรยานของคุณง่ายขึ้น เพียงเชื่อมต่อชุดเกียร์เข้ากับคอมพิวเตอร์ก็สามารถตรวจสอบความผิดปกติของชิ้นส่วนที่อาจมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นได้ นอกจากนี้ในชิ้นส่วนรุ่นใหม่ๆยังมีฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ให้คุณใช้งานสะดวกยิ่งขึ้นผ่านแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนอีกด้วย หรือหากคุณมีชุดเกียร์ Di2 อยู่แล้ว ก็สามารถซื้ออุปกรณ์ D-FLY สำหรับส่งข้อมูลแบบไร้สายมาติดตั้งเพิ่มได้ ซึ่งตัว D-FLY นี้นอกจากเชื่อมต่อกับ E-TUBE ได้แล้ว ยังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆเช่น Cycle Computer ที่รองรับฟังก์ชั่น wireless ได้เช่นกัน

ราคา ULTEGRA Di2 ชุด Upgrade (Rim Brakes)
Standard Set Junction-A 3 port 31,260 บาท
Junction-A 2 port set 31,990 บาท

ราคา ULTEGRA Di2 ชุด Upgrade (Disc Brakes)
Standard Set Junction-A 3 port 39,700 บาท
Junction-A 2 port set 40,430 บาท

ราคา GRX Di2 ชุด Upgrade (1X11)
Standard Set Junction-A 3 port 35,930 บาท

*ชุดอัพเกรดประกอบด้วย ST, FD, RD, Junction A, Junction B, Battery, Charger

นอกจากฟังก์ชั่นการทำงานประสิทธิภาพสูงแล้ว Di2 ยังมาพร้อมบริการหลังการขายจากร้านค้าตัวแทนที่ผ่านการอบรม เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถดูแลชุดเกียร์ของคุณได้เป็นอย่างดี รวมถึงมีอะไหล่พร้อมไว้คอยบริการในกรณีที่จำเป็นต้องเปลี่ยนหรือซ่อมแซมชิ้นส่วน การเลือกซื้อ Di2 สักชุดหนึ่งเราจึงอยากแนะนำให้คุณเลือกซื้อกับร้านค้าที่มีใบรับรอง รวมถึงมีหน้าร้านและอุปกรณ์พร้อมให้บริการ

Di2 ดี…อย่างไร?2020-12-29T13:05:01+07:00

ปั่นแล้วเจ็บก้น ทำยังไงดี?

ปั่นแล้วเจ็บก้น ทำยังไงดี?

สาเหตุการเจ็บก้นขณะปั่นหรือหลังปั่นเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการใส่กางเกงที่ไม่พอดีกับสรีระของนักปั่น หรือการเลือกใช้เบาะที่ไม่เหมาะกับสรีระของนักปั่น ส่วนวิธีที่จะช่วยลดอาการเจ็บเบื้องต้นนั้นมีอะไรบ้างเราไปดูกันเลย

สิ่งแรกที่ควรทำก่อนเลือกซื้อเบาะจักรยานคือการวัดสรีระของนักปั่นเพื่อหารูปแบบและไซส์ที่เหมาะสม ที่ร้านตัวแทนจำหน่าย Selle Italia มีเครื่อง id match ที่จะช่วยหาเบาะที่เหมาะสมสำหรับนักปั่น และเบาะ Test เอาไว้ให้นักปั่นได้ลองนั่งก่อนตัดสินใจเลือกซื้อเบาะ

หลังจากที่เราวัดสรีระของร่างกายและได้ไซส์เบาะจักรยานแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการเลือกเบาะให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น การปั่นแบบ off-road , road หรือระยะเวลาที่ใช้ในการปั่น เพราะดีไซน์ของเบาะแต่ละแบบถูกคิดค้นมาเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานแต่ละประเภท

กางเกงก็เป็นอีกสิ่งนึงที่ควรคำนึงถึง เพราะถ้านักปั่นใส่กางเกงที่ไม่พอดีหรือใหญ่เกินไป อาจจะก่อให้เกิดอาการเจ็บก้นได้ ดังนั้นควรเลือกกางเกงปั่นจักรยานที่พอดีกับนักปั่นมากกว่ากางเกงกีฬาทั่วไป


สั่งซื้อเบาะ Selle Italia: https://shopee.co.th/selleitaliathailand2020
ซื้อผ่านตัวแทนจำหน่าย หรือใช้บริการ service ได้ที่: http://hahhong.com/dealer/
ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/SelleItaliaThailand/

ปั่นแล้วเจ็บก้น ทำยังไงดี?2020-12-29T13:05:01+07:00

SHIMANO UNZEN 2: เป้น้ำที่เก็บได้มากกว่าน้ำ

เป้น้ำสิ่งจำเป็นอย่างมากที่คุณต้องมีเมื่อปั่น MTB ทางไกล เป้น้ำจะช่วยให้การขี่ MTB นั้นง่ายขึ้นด้วยน้ำที่สำรองได้ถึง 2 ลิตร และการดื่มจากสายที่ง่ายกว่าการก้มหยิบกระติกน้ำ นอกจากนั้นเป้นี้ยังสามารถใส่ของชิ้นเล็กๆหรืออุปกรณ์อื่นๆแทนการยัดใส่กระเป๋าเสื้อได้ด้วย

จากราคาปกติของเป้น้ำ SHIMANO UNZEN 2 HYDRATION PACK ที่ 2,900 บาท สำหรับท่านที่สมัคร Shimano MTB Experience 2020 นี้ คุณสามารถเลือกสมัครปั่นพร้อมรับเป้น้ำ SHIMANO UNZEN 2 HYDRATION PACK ได้ในราคา 2,450 บาทเท่านั้น!

มาดู Feature ต่างๆของเป้น้ำแบบ close up กันครับ

ถุงใส่น้ำขนาด 2 ลิตร จุน้ำได้เหลือเฟือสำหรับระยะทาง Shimano MTB Experience และสายดูดน้ำที่สะดวกต่อการใช้งานในขณะที่เราปั่น
ช่องเก็บของที่มีความหนามากกว่าจุดอื่น ช่วยป้องกันรักษาอุปกรณ์สำคัญได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นกล้อง กุญแจรถ หรือนาฬิกา
ช่องเก็บอุปกรณ์ต่างๆสามารถเก็บได้ทั้งเครื่องมือพกพา CO2 ที่งัดยางต่างๆ ได้อย่างสบายๆ
ช่องสำหรับเสียบแว่นตา ใช้งานง่าย หยิบได้สะดวกรวดเร็ว เก็บรักษาแว่นตาของคุณได้อย่างเป็นระเบียบ

ตะขอ 2 ฝั่ง ไว้เกี่ยวกับสายของหมวกได้อย่างลงตัว

เก็บหมวกเมื่อยามที่คุณไม่ได้ใช้ เหน็บกับเป้ได้เลยไม่ต้องถือ

ตะขอด้านหน้าสามารถปรับเพื่อความกระชับตามลักษณะของผู้ปั่น

แผ่นตาข่ายด้านหลังช่วยระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี และมีแผ่น Support เพิ่มความสบายขณะปั่น
ด้านในเป้น้ำจะเป็นที่ปรับความกระชับของสายสะพาย สามารถปรับได้อย่างละเอียด เพื่อความกระชับและการปั่นที่คล่องตัวที่สุด

ปิดรับสมัคร: 31 ก.ค. 2563 ขยายเวลารับสมัครถึง 15 สิงหาคม 2563
ช่องทางการรับสมัคร: https://event.thaimtb.com/event.php?e=487
รายละเอียดงาน: http://hahhong.com/2020/07/02/reopen-shimtbexp2020/

ติดตามความเคลื่อนไหวของงานได้ที่ https://www.facebook.com/ShimanoMTBExperience/

SHIMANO UNZEN 2: เป้น้ำที่เก็บได้มากกว่าน้ำ2020-07-29T13:52:32+07:00

รู้จักกับชุดขับเคลื่อนจาก SHIMANO

นอกจากเฟรมแล้วชุดขับก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อ Performance ของจักรยาน ซึ่งชุดขับแต่ละตัวก็มีจุดเด่นและความเหมาะสมในการใช้งานแตกต่างกันไป แน่นอนว่าชุดขับรุ่นที่สูงกว่าก็ย่อมมีเทคโนโลโลยีที่ดีกว่า แต่เมื่อลองเทียบกันดูแล้วชุดขับของ SHIMANO แต่ละซีรีย์นั้นมีเทคโนโลยีการขับเคลื่อนไม่แตกต่างกันมากนัก จุดที่ทำให้ชุดขับแต่ละตัวต่างกันมากที่สุดจึงเป็นเรื่องของวัสดุที่ใช้ในการผลิต และวิธีการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ซึ่งส่งผลต่อน้ำหนักและความสวยงาม รวมถึงราคาของชุดขับด้วย

ในการเลือกซื้อชุดขับนั้นนอกจากงบประมาณแล้วเราควรดูถึงสไตล์การปั่น ลักษณะเส้นทาง หรือก็คือการนำไปใช้งานให้เหมาะสมด้วย โดยทางเราได้รวบรวมเป็นตารางเปรียบเทียบอย่างง่ายเอาไว้แล้ว

ยกตัวอย่างเช่น ในชุดขับเสือหมอบที่เน้นความเบาและความรวดเร็ว ตัวเริ่มต้นอย่าง Claris ชิ้นส่วนเกือบทั้งหมดผลิตจากโลหะ เก็บงานแบบเรียบง่าย เมื่อเทียบกับ DURA-ACE ที่เป็นตัวท็อปซึ่ง จะใช้วัสดุหลากหลายชนิดผสมผสานกัน เช่นคาร์บอนไฟเบอร์ ไทเทเนียม และอัลลอย รวมถึงเก็บงานชิ้นส่วนอย่างปราณีต ผ่านกระบวนการกันสนิมอย่างดี จึงมีทั้งน้ำหนักที่เบากว่า และหน้าตาความสวยงามที่ดูหรูหรากว่าอีกด้วย

เช่นกันในฝั่งของชุดขับเสือภูเขาที่เน้นความทนทาน วัสดุของชุดขับตัวเริ่มต้นอย่าง ALTUS ก็จะไม่แข็งแรงเท่าตัวท็อปอย่าง XTR หรือเทียบง่ายๆในเรนจ์เริ่มต้นด้วยกัน ALIVIO จะแข็งแรงที่สุด ปั่นลุยได้มากที่สุด รองลงมาเป็น ACERA และ ALTUS ตามลำดับ แต่ก็ยังไม่สามารถปั่นลุยในทางขรุขระหรือทางที่มีอุปสรรคได้มากเท่ากับชุดขับรุ่นสูงๆอยู่ดี เพราะวัสดุไม่สามารถรองรับแรงกระแทกได้มากเท่า

มาทำความรู้จักชุดขับแต่ละตัวให้มากขึ้นไปอีกนิดกันครับ

Claris

ชุดขับเสือหมอบ 8 Speed เป็นชุดขับตัวเริ่มต้นที่มักถูกประกอบขายมาพร้อมรถจักรยานระดับเริ่มต้น ชิ้นส่วนทำจากโลหะเป็นหลักจึงมีน้ำหนักค่อนข้างมาก เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นปั่น

SORA

ขยับสูงขึ้นมาอีกหน่อยเป็นชุดขับ 9 Speed SORA เป็นอีกรุ่นที่ผู้ผลิตจักรยานเลือกใช้ประกอบรถระดับเริ่มต้นเช่นกัน วัสดุที่ใช้ในการผลิตมีความทนทานมากขึ้น นิยมติดตั้งในจักรยานประเภททัวร์ริ่ง คือกลุ่มที่ประกอบรถจักรยานเพื่อใช้ปั่นเที่ยวหรือที่ต้องแบบสัมภาระ และรถไฮบริด

Tiagra

ชุดขับ 10 Speed แข็งแรงทนทานที่สุดในชุดขับเรนจ์เริ่มต้นของจักรยานเสือหมอบ ให้ Performance ระดับกลาง สามารถใช้งานทั่วไปได้เป็นอย่างดี เป็นด่านสุดท้ายก่อนจะผ่านเข้าไปสู่ชุดขับระดับใช้เพื่อการแข่งขัน

SHIMANO 105

ชุดขับที่ขึ้นชื่อว่าคุ้มค่าที่สุดจาก SHIMANO ด้วยชิ้นส่วนที่ทำจากเหล็กและอลูมิเนียมเป็นหลักจึงมีความทนทางสูง ไม่แตกหักง่าย น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างเบา เกียร์ 11 Speed มี Performance ดีเพียงพอให้นำไปใช้เพื่อลงแข่งขัน มาพร้อมกับราคาที่จับต้องได้ จึงขึ้นแท่นเป็นชุดขับแนะนำสำหรับใครที่เริ่มอยากปั่นเสือหมอบแบบจริงจัง

ราคาชุดขับ SHIMANO 105 R700 (Rim Brakes): 17,200 บาท

ULTEGRA

ชุดขับ 11 Speed ตัวรองท็อปที่ยอดเยี่ยมทั้ง Performance และการเก็บงาน มีการนำคาร์บอนเข้ามาใช้เป็นวัสดุบางชิ้นส่วน จึงมีน้ำหนักเบากว่า 105 และหนักกว่า DURA-ACE เพียงเล็กน้อยเท่านั้น สามารถนำไปใช้แข่งขันเน้นทำความเร็วได้ทั้ง TIME TRIAL และไตรกีฬา

ราคาชุดขับ ULTEGRA R8000 (Rim Brakes): 24,500 บาท
ราคาชุดขับ ULTEGRA R8000 (Disc Brakes): 29,900 บาท

DURA-ACE

ชุดขับตัวท็อป 11 Speed จาก SHIMANO มีความพรีเมียมทั้งวัสดุ การเก็บรายละเอียดชิ้นงาน และให้ Performance ยอดเยี่ยม ชิ้นส่วนผลิตจากวัสดุหลายชนิดเพื่อให้มีน้ำหนักเบาที่สุดโดยไม่สูญเสียความแข็งแรง ทนทานต่อสภาพอากาศ ไม่เป็นสนิมง่าย แต่ละชิ้นส่วนเก็บงานปราณีตเรียบร้อยดูหรูหราสวยงาม สามารถนำไปประกอบจักรยานเพื่อแข่งขันได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะการแข่งทั่วไปหรือแข่งทำความเร็วก็ไว้วางใจได้

ราคาชุดขับ DURA-ACE R9100 (Rim Brakes): 48,000 บาท

ALTUS / ACERA / ALIVIO

ชุดขับ 9 Speed เรนจ์เริ่มต้นของจักรยานเสือภูเขา เป็นชุดขับที่ผู้ผลิตรถจักรยานเลือกนำไปประกอบรถระดับเริ่มต้นขายสู่ตลาด ชิ้นส่วนทำจากโลหะเป็นหลัก สามารถใช้ปั่นในเส้นทาง cross country คือเส้นทางที่ไม่ใช่ถนนเรียบแต่ไม่ถึงกับวิบากมากได้ ความทนทานตามระดับราคาคือ ALIVIO > ACERA > ALTUS หรือก็คือ ALIVIO สามารถใช้ลุยทางที่วิบากได้มากกว่า ALTUS นั่นเอง

DEORE

อีกหนึ่งชุดขับเสือภูเขาที่คุ้มค่าที่สุดจาก SHIMANO มีให้เลือกตั้งแต่ 10 Speed / 11 Speed / 12 Speed ตามงบประมาณและการใช้งาน วัสดุทนทานเพราะทำจากโลหะ แข็งแรงพอที่จะรับแรงกระแทกได้ทั้งการลุยทาง trail และ enduro จึงได้ขึ้นแท่นเป็นอีกหนึ่งชุดขับแนะนำด้วยราคาที่จับต้องได้

ราคาชุดขับ DEORE M5100 1×11: 5,550 บาท
ราคาชุดขับ DEORE M6100 1×12: 7,200 บาท

SLX

เป็นชุดขับที่ใกล้เคียงกับรุ่นพี่อย่าง XT มากๆ ด้วยฟังก์ชั่นที่น้อยกว่านิดหน่อย และน้ำหนักที่มากกว่าเล็กน้อย จึงเป็นชุดขับ 12 Speed ที่ขึ้นชื่อว่าให้ Performance ดีเยี่ยมในราคาเป็นมิตร

ราคาชุดขับ SLX (ไม่รวม Disc Brakes) 1×12: 8,600 บาท
ราคาชุดขับ SLX (รวม Disc Brakes) 1×12: 14,600 บาท

ราคาชุดขับ SLX (ไม่รวม Disc Brakes) 2×12: 9,700 บาท
ราคาชุดขับ SLX (รวม Disc Brakes) 2×12: 15,900 บาท

XT

เป็นชุดขับที่จะเรียกว่าเป็นตัวอัพเกรดของ SLX ก็อาจจะไม่ผิดนัก ด้วยวัสดุที่มีส่วนผสมของเหล็กในปริมาณน้อยกว่าจึงมีน้ำหนักเบากว่า บวกกับเทคโนโลยีที่ใหม่และฟังก์ชั่นมากกว่า ทำให้ XT เป็นชุดขับ 12 Speed ที่มี Performance ยอดเยี่ยมจนขึ้นมาเป็นตัวรองท็อปได้

ราคาชุดขับ XT (ไม่รวม Disc Brakes) 1×12: 13,400 บาท
ราคาชุดขับ XT (รวม Disc Brakes) 1×12: 20,300 บาท

ราคาชุดขับ XT (ไม่รวม Disc Brakes) 2×12: 15,300 บาท
ราคาชุดขับ XT (รวม Disc Brakes) 2×12: 22,200 บาท

XTR

ชุดขับ 12 Speed ตัวท็อป เรียกได้ว่าเป็นชุดขับเสือภูเขาที่ดีที่สุดจาก SHIMANO มีการเลือกใช้วัสดุที่หลากหลายในการผลิต ไม่ว่าจะเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ อลูมิเนียมอัลลอย ไทเทเนียม มีกระบวนการผลิตและการเก็บงานที่ละเอียดปราณีต จึงมีทั้งน้ำหนักที่เบาและลุคที่ดูหรูหราพรีเมียมอย่างมาก แข็งแรงทนทานต่อทั้งการใช้งานและสภาพแวดล้อม มี Performance ยอดเยี่ยม ให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกสไตล์การปั่น

ราคาชุดขับ XTR (ไม่รวม Disc Brakes) 1×12: 32,400 บาท
ราคาชุดขับ XTR (รวม Disc Brakes) 1×12: 48,200 บาท

ราคาชุดขับ XTR (ไม่รวม Disc Brakes) 2×12: 38,700 บาท
ราคาชุดขับ XTR (รวม Disc Brakes) 2×12: 54,500 บาท


สั่งซื้อ สอบถามเพิ่มเติม หรือใช้บริการ service ได้ที่: http://hahhong.com/dealer/

รู้จักกับชุดขับเคลื่อนจาก SHIMANO2021-05-11T10:54:43+07:00

5 ข้อควรทำ เมื่อเกิดปัญหากับจักรยานของคุณ

สวัสดีครับ วันนี้ทางทีมงานมาแนะนำข้อควรปฏิบัติเมื่อพบว่ารถจักรยานหรือชิ้นส่วนบนจักรยานของเรามีความผิดปกติเกิดขึ้น เช่นมีเสียงดัง การทำงานไม่ลื่นไหล ฝืดเคือง หรือมีความหลวมคลอดผิดปกติ อาการดังกล่าวอาจจะเป็นความผิดปกติจากตัวชิ้นส่วนนั้นจริงๆ หรืออาจจะเกิดจากการติดตั้งและปรับแต่งที่ไม่ถูกต้องก็ได้
ในกรณีที่ชิ้นส่วนดังกล่าวมีปัญหาอยู่จริงๆ ชิ้นส่วนดังกล่าวจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเพื่อการรับประกันสินค้า แต่หากสินค้าดังกล่าวเกิดจากการติดตั้งและปรับแต่งที่ไม่ถูกวิธีจนมีความผิดปกติจะไม่ได้รับสิทธิ์ในการรับประกันสินค้า
ในหัวข้อนี้เราจะขอกล่าวถึง 5 ข้อควรทำเมื่อพบว่าชิ้นส่วนจักรยานของเรามีความผิดปกติขึ้น เพื่อเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาหรือเงื่อนไขการรับประกันสินค้าสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปกันนะครับ

1. หยุดใช้งานทันที

หากไม่มีความจำเป็นต้องใช้งานต่อเนื่อง ความผิดปกติบางอย่างอาจไม่ได้เกิดจากตัวผลิตภัณฑ์และยังมีโอกาสที่จะแก้ไขได้ เช่น อาจจะเกิดจากการติดตั้งผิดวิธี หรือใช้งานกับชิ้นส่วนหรือเฟรมที่ไม่เหมาะสมเป็นต้น หยุดใช้งานก่อนความเสียหายจะมีมากขึ้นจนไม่อาจแก้ไขได้ อีกทั้งชิ้นส่วนบางชิ้นยังมีผลต่อเรื่องความปลอดภัยโดยตรง(เช่นเบรค) การหยุดใช้งานทันทีที่พบเจอความผิดปกติยังช่วยหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุได้อีกด้วย

2. ถ่ายรูปหรือวีดิโอที่แสดงให้เห็นความผิดปกตินั้นๆไว้เป็นหลักฐาน

เพราะความผิดปกติบางอย่างไม่สามารถตรวจสอบได้โดยง่ายหากไม่ได้อยู่ในสถานการณ์หรือสภาพแวดล้อมในช่วงเวลานั้น ภาพถ่ายหรือวีดิโอดังกล่าวจะถูกใช้เป็นหลักฐานประกอบการเคลมเมื่อชิ้นส่วนดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ

3. ติดต่อร้านค้าหรือตัวแทนจำหน่าย

ติดต่อร้านค้า ตัวแทนจำหน่าย หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของทางฮะฮง และ SHIMANO เพื่อตรวจสอบสาเหตุ วิธีการแก้ไขปัญหา และเงื่อนไขในการส่งซ่อมหรือเคลมสินค้า หลีกเลี่ยงการดำเนินการใดๆด้วยตนเองหากไม่จำเป็น อาจเป็นเหตุให้การรับประกันสินค้าสิ้นสุดลงได้

4. หากจำเป็นต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ให้เก็บหลักฐาน(ตามข้อ 2)เอาไว้ก่อน

ในกรณีที่จำเป็นต้องมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า(เช่นเกิดปัญหาขึ้นขณะปั่นออกทริปในที่ห่างไกล) ให้ทำการถ่ายรูปหรือวีดิโอตามที่ระบุไว้ในข้อ 2 ก่อนดำเนินการใดๆ เพราะในเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ต้องซ่อมหรือแก้ไขทันทีโดยไม่ผ่านมือช่างหรือผู้ชำนาญ อาจจะมีการปฏิบัติงานที่ไม่ถูกต้องหรือเหมาะสมได้ในเวลาและสภาพแวดล้อมดังกล่าว การถ่ายรูปหรือวีดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า ความเสียหายหรือผิดปกติดังกล่าวนั้นได้เกิดขึ้นก่อนแล้ว และไม่ได้เกิดขึ้นเพราะการปฏิบัติงานที่ไม่เหมาะสมนั้น

5. ส่งให้ร้านค้า

นำชิ้นส่วนหรือรถคันที่ติดตั้งชิ้นส่วนดังกล่าวเข้าตรวจสอบกับทางร้านค้าและตัวแทนจำหน่าย เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาหรือพิจารณาเข้าสู่เงื่อนไขอื่นๆ เช่นการรับประกันในขั้นตอนต่อไป โดยแนบหลักฐานการซื้อขายหรือระบุเวลาที่มีการสั่งซื้อหรือประกอบใช้งาน ระบุอาการชำรุดหรือผิดปกติลงบนกระดาษโน้ตหรือช่องทางการติดต่อสื่อสารอื่นๆเช่น LINE หรือ FACEBOOK เพื่อความรวดเร็วในการตรวจสอบสินค้านั้นๆ


อ่านรายละเอียดการประกันสินค้าได้ที่: hahhong.com/warranty-policy/
ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคของฮะฮงได้ที่ Facebook: Hah Hong Technical Support
ค้นหาร้านค้าตัวแทนจำหน่ายใกล้คุณเพื่อเข้ารับ Service ได้ที่: hahhong.com/dealer

5 ข้อควรทำ เมื่อเกิดปัญหากับจักรยานของคุณ2020-07-15T15:01:55+07:00
Go to Top