About hahhongadmin

This author has not yet filled in any details.
So far hahhongadmin has created 165 blog entries.

ทำไมต้องเป็น Boost?

เบาะ Boost สำหรับ Selle Italia คือเบาะที่ออกแบบมาให้มีปลายเบาะสั้นลง ซึ่งไม่ไช่แค่การออกแบบมาตามความนิยมของตลาดนักปั่น แต่ที่จริงแล้วยังถูกพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นในด้านของ Preformance และรูปทรงที่รองรับสรีระได้มากขึ้นอกด้วย

Selle Italia Boost มีเทคโนโลยีและฟีเจอร์อะไรเพิ่มเติมมาบ้าง มาดูกันครับ

มั่นคงมากกว่า

ในทุกรุ่นของเบาะปลายสั้น ด้วยรูปทรงที่สั้นลง จึงนำมาซึ่งประโยชน์ในแง่ของด้านความสบาย การปรับตัวในการนั่งที่มั่นคง ทำให้ในขณะปั่นควงขาได้ดีมากยิ่งขึ้น

หาตำแหน่งการนั่งได้ง่าย

เบาะในโมเดล Boost จะช่วยให้นักปั่นปรับตำแหน่งการนั่งที่ถูกต้องได้ง่ายขึ้นในขณะกำลังปั่น นอกจากนี้ ด้วยรูปทรงของเบาะที่มีขนาดลดลง จึงทำให้ผู้ปั่นจัดตำแหน่งในการนั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลดการเคลื่อนตัวในขณะที่ปั่น ให้ความ stiff ที่มากกว่า

การออกแบบที่ทันสมัยและกระทัดรัด

เบาะโมเดล Boost มีขนาดความยาวของเบาะมากที่สุด อยู่ระหว่าง 245 mm – 255 mm ซึ่งมีความยาวลดลงจากเบาะรุ่นที่ผ่านมา 20 mm – 40 mm (ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่น) จึงทำให้เบาะดูกระทัดรัดมากยิ่งขึ้น และในแต่ละรุ่นเองก็ได้มีการออกแบบที่ทันสมัยและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรุ่นนั้นๆ ทำให้สามารถแยกแยะรุ่นของเบาะได้อย่างชัดเจน

เบาะ Selle Italia รุ่น Boost มีให้เลือกหลายหลาก และทุกรุ่น ยังมีรางถึง 3 แบบ (แมงกานีส/ไทเทเนี่ยม/คาร์บอน) รวมถึงรุ่นที่ไม่มีร่องตรงกลาง และรุ่น Superflow ที่มีร่องตรงกลาง นอกจากนี้ในแต่ละรุ่นแต่ละแบบยังมีขนาดให้เลือกอีก 2 ขนาด ได้แก่ S3 และ L3 เรียกได้ว่าไม่ว่าคุณจะต้องการเบาะแบบไหน Selle Italia ก็มีตัวเลือกรองรับความต้องการของคุณแน่นอนครับ

เบาะรุ่น Boost ทั้งหมด

NOVUS BOOST

  • Novus Boost TM Superflow = 2,530.-
  • Novus Boost Superflow = 5,180.-
  • Novus Boost Kit Carbonio Superflow = 7,260.-
  • Novus Boost Graval Tech Superflow = 5,520.-
  • Novus Boost Heritage Superflow =5,520.-

SP-01 BOOST

  • SP-01 Boost TM Superflow = 2,700.-
  • SP-01 Boost Superflow = 5,400.-
  • SP-01 Boost Kit Carbonio Superflow =7,900.-

SLR BOOST

  • SLR Boost TM = 2,900.-
  • SLR Boost TM Superflow = 3,500.-
  • SLR Boost = 4,700.-
  • SLR Boost Superflow = 5,600.-
  • SLR Boost Lady Superflow = 4,100.-
  • SLR Boost Kit Carbonio = 6,500.-
  • SLR Boost Kit Carbonio Superflow = 7,900.-

FLITE BOOST (สินค้าเข้าไทยเร็วๆนี้)


สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่: Selle Italia Thailand on Shopee
ค้นหาตัวแทนจำหน่ายใกล้คุณ: hahhong.com/dealer
ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นเพิ่มเติม: Selle Italia by Hah Hong 

Hah Hong Selle Italia #enjoyouride #Boost

ทำไมต้องเป็น Boost?2020-08-13T11:08:29+07:00

REOPEN: SHIMANO MTB EXPERIENCE 2020

 

Shimano MTB Experience วันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2563 นี้ เป็นงานปั่น Cross Country ที่ไม่ใช่รูปแบบแข่งขัน มุ่งเน้นให้นักปั่นได้สัมผัสประสบการณ์ MTB โดยเส้นทางที่เราเลือกมีสองเส้นทางรองรับนักปั่นมือใหม่ จนถึงระดับผู้ชำนาญ งานเน้นความปลอดภัย สนุกสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ และได้ใช้ทักษะ MTB

Shimano MTB Experience 2020 จัดที่เขาจีนแล ลพบุรี ลงทะเบียนรับ Ride Pack ที่ไร่ใจฟ้าฟาร์ม ในวันที่ 7/11/20 ภายในงานยังมี Shimano Expo, Lazer helmets booth, Shimano Neutral Service และ Bike Demo Zone จาก Bike Brands ชั้นนำ

เปิดรับสมัครวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ทาง https://event.thaimtb.com/event.php?e=487

————————–————————–—————–

Shimano MTB Experience 7-8 Nov 2020 is an XC ride. We are not a competitive or race event: our goal is for you to enjoy the MTB Experience. We have chosen two routes to accommodate both beginner-level and experienced riders. We want the event to be as safe as possible and we want you to be closer to nature, and to have fun using your MTB skills.

Shimano MTB Experience will take place at Khao Jeen Lae, Lopburi. Riders will pick up the ride pack on 7/11/2020 at JaiFahFarm, Lopburi. On the registration day, there will be Shimano Expo, Lazer helmets booth, Shimano Neutral Service, and Bike Demo Zone from leading bike brands in the industry.

Open for registration on 1/7/2020 at https://event.thaimtb.com/event.php?e=487

*For more information in English, click here to read on our facebook page

วันที่: 7-8 พฤศจิกายน 2563
ค่าสมัคร: 950 บาท / 2,450 บาท
รับสมัครจำนวนจำกัด: 600 คน
รูปแบบเส้นทาง: Cross Country
รถจักรยานที่ใช้เข้าร่วม: จักรยานเสือภูเขาที่มีโช๊คหน้า ล้อ 26, 27.5 หรือ 29 นิ้ว (ไม่จำกัดแบรนด์รถและชุดขับเคลื่อน)
วันเปิดรับสมัคร: 1 ก.ค. 2563
วันปิดรับสมัคร: 31 ก.ค. 2563
ช่องทางการรับสมัคร: https://event.thaimtb.com/event.php?e=487
สถานที่จัดงาน: ไร่ใจฟ้าฟาร์ม (คลิกที่นี่ เพื่อดูแผนที่)

เส้นทาง A: Full Experience route

เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์การปั่น MTB มีทักษะการปั่น MTB ที่ดี และความพร้อมด้านร่างกาย มีระยะทางไกลกว่า Route B

เส้นทาง B: Beginner Experience route

เหมาะสำหรับนักปั่น MTB มือใหม่-ปานกลาง และมีความพร้อมด้านร่างกาย

รูปแบบการสมัคร

  1. เส้นทาง A Full Experience route (950 บาท)
  2. เส้นทาง B Beginner Experience route (950 บาท)
  3. เส้นทาง A Full Experience route + กระเป๋าน้ำ Shimano UNZEN 2 with hydration 2L. (2,450 บาท)
  4. เส้นทาง B Beginner Experience route + กระเป๋าน้ำ Shimano UNZEN 2 with hydration 2L. (2,450 บาท)


*ผู้สมัครต้องมารับเสื้อปั่นในวันลงทะเบียน(7/11/20)เท่านั้น ทางบริษัทไม่มีนโยบายจัดส่งทางไปรษณีย์ไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น
*หากผู้สมัครไม่มาร่วมงานลงทะเบียน จะถือว่าสละสิทธิ์

Ride pack

  • เสื้อ SHIMANO MTB EXPERIENCE JERSEY
  • ประกันอุบัติเหตุ
  • อาหารว่างตอนเช้า
  • อาหารกลางวัน

เวลาปล่อยตัว: 07.00 น.
เวลา Cut-Off: 12.30 น.

ของรางวัลสำหรับผู้พิชิต

  • กระเป๋าสลิง Shimano (Route A) / หมวกแคปปั่นจักรยาน Shimano (Route B)
  • ที่รองแก้ว Shimano MTB Experience Finisher

 

วันเปิดรับสมัคร: 1 ก.ค. 2563
วันปิดรับสมัคร: 31 ก.ค. 2563 ขยายเวลารับสมัครถึง 15 ส.ค. 2563
ช่องทางการรับสมัคร: https://event.thaimtb.com/event.php?e=487

ติดตามความเคลื่อนไหวของงานเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/ShimanoMTBExperience/

REOPEN: SHIMANO MTB EXPERIENCE 20202020-10-30T09:57:05+07:00

ทำไมต้องใช้รองเท้าคลีท?

“เขาว่ากันว่าหากต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการปั่น การซื้อรองเท้าคลีทมาใช้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด”

เมื่อปั่นจนคุ้นเคยก็เริ่มมีเสียงแว่วมาเข้าหูว่าให้เปลี่ยนไปใช้รองเท้าคลีทสิ ลองใส่รองเท้าคลีทดูสิ แล้วการปั่นของคุณจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป… ก็ได้ยินแต่เขาบอกกันว่าดี แต่จะจริงหรือเปล่า แล้วดีอย่างไร วันนี้เรามาไขข้อสงสัยกันว่าทำไมถึงต้องเป็น “รองเท้าคลีท”

Q : รองเท้าคลีทต่างกับรองเท้าประเภทอื่นอย่างไร?

A : รองเท้าคลีทมีพื้นรองเท้าที่แข็งกว่ารองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าประเภทอื่น เพื่อช่วยให้การส่งแรงกดของขาไปยังบันไดนั้นเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากรองเท้ากีฬาทั่วไปจะมีพื้นค่อนข้างนุ่มเพื่อรองรับแรงกระแทก แต่เมื่อนำไปใช้ปั่นจักรยาน พื้นรองเท้าที่นุ่มนั้นจะดูดซับแรงกดของเราไปด้วย ทำให้ส่งแรงไปยังบันไดได้ไม่เต็มที่ แถมยังเสี่ยงต่อการโดนบันไดกดจนพื้นรองเท้าเป็นรอยเสียหาย รองเท้าคลีทจะมีที่ติดตั้งคลีทเพื่อล็อคเท้าของเรากับบันไดจักรยานจึงไม่มีปัญหา

Q : คลีทคืออะไร?

A : แผ่นที่ใช้ติดใต้รองเท้าเพื่อล็อคเท้าของเรากับบันไดจักรยาน ต้องใช้คู่กับบันไดที่มีตัวล็อคคลีท หรือที่เรียกว่าบันไดคลิปเลส(Clipless)

Q : รองเท้าคลีทช่วยในการปั่นอย่างไร?

A : หน้าที่หลักของคลีทคือช่วยล็อคเท้าของเราให้ติดกับบันได้ ซึ่งช่วยในการปั่นได้ดังนี้

ปกติแล้วในการปั่น เราจะสามารถออกแรงกดบันไดได้อย่างเดียว สลับข้างซ้ายขวากันไป ทำให้ใช้แรงได้ไม่เต็มที่ แต่เมื่อเราใช้รองเท้าคลีทและล็อคเท้าของเราติดกับบันได จะทำให้สามารถออกแรงดึงบันไดเพิ่มขึ้นได้อีกทาง ทำให้สามารถควงขาได้เต็มรอบ คือขาข้างหนึ่งกดบันไดลง ส่วนขาอีกข้างดึงบันไดขึ้น ใช้แรงที่ส่งออกไปยังบันไดให้เกิดประสิทธิภาพได้สูงสุด

เมื่อเปลี่ยนการออกแรงจากกดบันไดอย่างเดียวเป็นทั้งกดและดึง ทำให้ได้ใช้กล้ามเนื้อมากขึ้น จากการกดบันไดที่ใช้เพียงกล้ามเนื้อส่วนหน้าของขา คือกล้ามเนื้อบริเวณหน้าขาส่วนต้นขา หัวเข่า และข้อเท้า เมื่อเราได้ออกแรงดึงบันไดเพิ่มขึ้น จะทำให้ได้ใช้กล้ามเนื้อส่วนหลังของขาด้วย คือกล้ามเนื้อบริเวณสะโพก กล้ามเนื้อต้นขาส่วนหลัง และน่อง ซึ่งการใช้กล้ามเนื้อหลายส่วนในการออกแรงควงขานี้เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของกล้ามเนื้อ ทำให้ขาล้าช้าลง จึงสามารถปั่นได้นานขึ้น ไกลขึ้น และสนุกยิ่งขึ้น
นอกจากการทำงานของกล้ามเนื้อแล้ว ตำแหน่งในการวางเท้าเองก็มีผลต่อการส่งแรงไปยังบันได โดยตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดในการวางเท้าบนบันไดเพื่อให้สามารถส่งแรงขาได้เต็มประสิทธิภาพ คือตำแหน่งกึ่งกลางระหว่างกระดูกนิ้วโป้งเท้ากับนิ้วก้อยเท้า และเจ้าคลีทนี่เองที่จะช่วยล็อคให้เท้าเราอยู่ในตำแหน่งที่ส่งแรงไปยังบันไดได้ดีที่สุดตลอดการปั่น
นอกจากเพิ่มประสิทธิภาพในการปั่นแล้ว การล็อคเท้าไว้กับบันไดยังสามารถช่วยลดอุบัติเหตุโดนบันไดฟาดจากอาการขาวืด หรือการที่เท้าเลื่อนหลุดออกจากบันไดเมื่อยืนปั่นหรือออกแรงกดบันไดมากๆ รวมถึงป้องกันไม่ให้รองเท้าสีกับขาจานจนเป็นรอยอีกด้วย

Q : เลือกรองเท้าคลีทอย่างไรดี?

A : รองเท้าคลีทเองก็ถูกแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามลักษณะการปั่นเช่นเดียวกับจักรยาน โดยควรเลือกสวมใส่รองเท้าที่เหมาะกับการใช้งาน แต่ข้อที่สำคัญที่สุดก็คือต้องใส่สบาย การซื้อรองเท้าคลีทสักคู่จึงควรไปจับไปลองสวมรองเท้าจริงๆ เพราะบางทีรองเท้าที่เรามองว่าดีไซน์สวยงาม อาจไม่ได้เข้ากันกับทรงเท้าของเราก็ได้

อีกข้อสังเกตหนึ่งในการเลือกรองเท้าคลีทคือค่า Stiff หรือ Stiffness หมายถึงค่าความแข็งของพื้นรองเท้า โดยยิ่งมีค่า Siff สูงมากหมายถึงพื้นยิ่งแข็งมาก ซึ่งพื้นแข็งๆนี้เองที่ช่วยให้ส่งแรงได้ดีมากยิ่งขึ้น

Q : รองเท้าคลีทแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร?

A :
รองเท้าคลีทเสือหมอบและรองเท้าไตรกีฬา
มีพื้นรองเท้าแข็งกว่ารองเท้าคลีทประเภทเสือภูเขา รวมถึงมีแผ่นคลีทที่ใหญ่กว่า เพื่อใช้ในการส่งแรงไปยังบันไดให้ได้มากที่สุด ล็อคเท้ากับบันไดได้แน่นกว่า มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความเร็ว มีข้อเสียคือเดินลำบากเนื่องจากพื้นค่อนข้างลื่น เรียกได้ว่าเป็นรองเท้าที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ปั่นจักรยานโดยเฉพาะ
รองเท้าคลีทเสือภูเขา
มีพื้นรองเท้าอ่อนกว่ารองเท้าคลีทประเภทเสือหมอบ แต่ก็ยังแข็งกว่ารองเท้าผ้าใบทั่วไป รวมถึงมีแผ่นคลีทที่เล็กกว่า ความแข็งของสปริงที่ล็อคเท้ากับบันได เมื่อเทียบกับรองเท้าเสือหมอบจะสามารถถอดและใส่ได้คล่องตัวกว่า รวมถึงมีสันรอบตัวคลีทเพื่อป้องกันไม่ให้แผ่นคลีทครูดกับพื้นเวลาเดิน เมื่อลงจากจักรยานแล้วสามารถเดินได้สะดวกกว่า ตามลักษณะการปั่นของเสือภูเขาที่ต้องเข้าป่าลุยดินลุยโคลนขึ้นเขาเขาลงเนิน จึงเน้นความคล่องตัวมากกว่าการทำความเร็ว

รองเท้าระดับ Mid-Range จาก SHIMANO

ผลิตจากวัสดุหนังซินเทติคระบายอากาศได้ดี มาพร้อมเทคโนโลยี SHIMANO Dynalast ที่ออกแบบมาให้รองรับเท้าได้ทุกรูปแบบ ให้ Performance ใกล้เคียงกับรุ่นท็อปที่ใช้ในการแข่งขัน มาพร้อมปุ่ม BOA L6 ช่วยให้ปรับกระชับได้ละเอียดและง่ายดาย รวมถึงมีรุ่นผู้หญิงโดยเฉพาะ ที่ออกแบบมาให้รองรับเข้าสรีระเท้าของผู้หญิงได้มากกว่า

  • รองเท้า RC500 และ RC500 WOMEN ราคา 4,200 บาท
  • รองเท้า XC501 และ XC501 WOMEN ราคา 4,400 บาท
รองเท้าระดับ Racing จาก SHIMANO
ผลิตจากวัสดุหนังซินเทติคระบายอากาศได้ดี มาพร้อมเทคโนโลยี SHIMANO Dynalast ที่ออกแบบมาให้รองรับเท้าได้ทุกรูปแบบ ให้ Performance ระดับ Top-End รวมถึงหน้ารองเท้าที่กว้างกว่า ใส่สบายยิ่งขึ้น ส่วนอุปกรณ์ปรับกระชับของรุ่น TR901 สำหรับแข่งไตรกีฬาเป็นสาย Quick Straps ใส่ง่ายถอดง่าย รุ่น RC701 และ XC701 มาพร้อม BOA L6 2 ปุ่มที่ช่วยให้ปรับกระชับได้ละเอียดยิ่งกว่า ส่วนตัวท็อปสุดอย่าง XC901 มี BOA IP1 ถึง 2 ปุ่ม ซึ่งปรับกระชับได้ละเอียดและง่ายที่สุด
  • รองเท้า TR901 ราคา 6,900 บาท
  • รองเท้า RC701 ราคา 6,500 บาท
  • รองเท้า XC701 ราคา 6,500 บาท
  • รองเท้า XC901 ราคา 11,500 บาท

ค้นหาร้านค้าตัวแทนจำหน่ายใกล้ท่านได้ที่: http://hahhong.com/dealer/

ทำไมต้องใช้รองเท้าคลีท?2020-07-15T14:59:27+07:00

การปรับตั้งคลีทรองเท้าด้วยเครื่องมือจาก Bikefitting.com | Cleat Adjuster

 

Shoe Cleat Adjustment

การปรับตั้งจุดคลีทที่ถูกต้องเเม่นยำเหมาะกับรูปทรงเท้าของคุณ สามารถใช้ได้กับรองเท้าและบันไดทุกแบรนด์ โดยใช้เวลาตั้งคลีทเพียง 10 นาทีเท่านั้น จะทำให้ปั่นได้อย่างสบาย ส่งเเรงได้ดียิ่งขึ้นเเละลดปัญหาการปวดเข่า

** สำหรับตัวล็อคฐานเลื่อนนั้นไม่จำเป็นต้องขันแต่อย่างใด เพื่อยืดอายุการใช้งาน ครับ **

ร้านค้าที่ให้บริการ Shoe Cleat Adjuster

  1. ร้านไตรฮับ กรุงเทพ โทร. 081 445 6549
  2. ร้านเอมไบค์ กรุงเทพ โทร. 080 595 5573
  3. ร้านลาดปลาเค้าจักรยาน กรุงเทพ โทร. 02 115 3606
  4. ร้านฤทธิ์ไบค์ นครนายก โทร. 080 456 7987
  5. ร้านเทพเจริญไบค์ กรุงเทพ โทร. 081 695 3327
  6. ร้านแสงอรุณจักรยาน สระบุรี โทร. 081 371 6606
  7. ร้านสยามไบค์ นครพนม โทร. 085 152 5046
  8. ร้านไบค์ฟิคชั่น นครราชสีมา โทร. 085 779 9922

ค่าบริการ Shoe Cleat Adjuster: 400 บาท

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชน์ของการทำ Bike Fitting ได้ที่ https://bit.ly/2WIP7Hu
ค้นหาร้านค้าใกล้คุณได้ที่ 
http://hahhong.com/dealer/

#wearebikefitting #youroptimalcyclingexperience bikefitting.com #rideshimano

การปรับตั้งคลีทรองเท้าด้วยเครื่องมือจาก Bikefitting.com | Cleat Adjuster2020-07-08T14:27:49+07:00

วิธีวัดไซส์จักรยานด้วยเครื่องมือจาก Bikefitting.com | Static Fitting

 

Quick Fit

เพี่อให้ได้เฟรมไซส์ที่ถูกต้อง เเละความสูงหลักอานที่ใช่สำหรับคุณ ร้านจะใช้เครื่องมือในการวัดค่าสำคัญของร่างกายเราถึง 12 จุด เช่น In-seem, ความยาวฝ่าเท้า, ความกว้างของไหล่ , ความยาวของแขน เป็นต้น เพื่อนำค่าที่ได้มาไปประมวลผลในการเลือกขนาดของจักรยานคันใหม่ โดย bikefitting.com มีฐานข้อมูลของรถจักรยานทุกแบรนด์ และโมเดลของแบรนด์ต่างๆถึง 10,000 รุ่น หรือค่าที่เหมาะสมที่จะนำจักรยานของคุณมาปรับตั้งใหม่ในมิติที่มีความแม่นยำและความถูกต้องยิ่งขึ้น โดยใช้เวลาเพียง 10 นาที เฟรมไซส์เเละความสูงหลักอานที่ถูกต้อง ตำเเหน่งการนั่งบนหลักอานที่ดี จะช่วยลดการเจ็บเป้า ปวดหลัง เเละยังทำให้การปั่นมีประสิทธิภาพมากขึ้น การทำ fitting นั้นทำได้สำหรับจักรยานทุกประเภท Road/MTB/Tri หรือ Tour โดยจะอิงจากฐานข้อมูลของจักรยานประเภทนั้นๆ

ร้านที่พร้อมให้บริการ Static Fitting ของ bikefitting.com

  1. ร้านไตรฮับ กรุงเทพ โทร. 081 445 6549
  2. ร้านเอมไบค์ กรุงเทพ โทร. 080 595 5573
  3. ร้านลาดปลาเค้าจักรยาน กรุงเทพ โทร. 02 115 3606
  4. ร้านฤทธิ์ไบค์ นครนายก โทร. 080 456 7987
  5. ร้านเทพเจริญไบค์ กรุงเทพ โทร. 081 695 3327
  6. ร้านแสงอรุณจักรยาน สระบุรี โทร. 081 371 6606
  7. ร้านสยามไบค์ นครพนม โทร. 085 152 5046
  8. ร้านไบค์ฟิคชั่น นครราชสีมา โทร. 085 779 9922

ค่าบริการการทำ Static Fitting: 2,000 บาท

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชน์ของการทำ Bike Fitting ได้ที่ https://bit.ly/2WIP7Hu
ค้นหาร้านค้าใกล้คุณได้ที่
http://hahhong.com/dealer/

#wearebikefitting #youroptimalcyclingexperience bikefitting.com #rideshimano

วิธีวัดไซส์จักรยานด้วยเครื่องมือจาก Bikefitting.com | Static Fitting2020-06-23T11:47:10+07:00

วิธีใช้เครื่องวิเคราะห์การออกแรงปั่นจักรยานจาก Bike

 

Pedal Analysis

เครื่องวิเคราะห์การออกแรงปั่นจักรยานจะช่วยพัฒนาการปั่นของคุณให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเพราะเครื่องนี้จะบอกตำแหน่งการควงขาของคุณว่ามีการบิดหัวเข่าเข้ามาด้านในหรือว่าบิดออกไปด้านนอกมากน้อยเพียงใด บอกตำแหน่งการปั่นว่าเราลงน้ำหนักบริเวณไหนของเท้า เช่น ปลายเท้า กลางเท้าหรือส้นเท้า

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชน์ของการทำ Bike Fitting ได้ที่ https://bit.ly/2WIP7Hu
ค้นหาตัวแทนจำหน่ายใกล้ท่านได้ที่ http://hahhong.com/dealer/

วิธีใช้เครื่องวิเคราะห์การออกแรงปั่นจักรยานจาก Bike2020-06-23T11:43:33+07:00

การวัดค่าจักรยานด้วยเครื่องมือจาก Bikefitting.com | XY Tool

 

Bike Adjustment

เครี่องมือนี้จะช่วยให้การวัดค่าเเละการนำค่ามาปรับรถของคุณทำได้อย่างเเม่นยำ ทั้งการปรับตำเเหน่งเเฮนด์ เบาะ ด้วย laser ชี้จุด

 

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับประโยชน์ของการทำ Bike Fitting ได้ที่ https://bit.ly/2WIP7Hu
ค้นหาร้านค้าใกล้คุณได้ที่ http://hahhong.com/dealer/

การวัดค่าจักรยานด้วยเครื่องมือจาก Bikefitting.com | XY Tool2020-06-23T11:40:12+07:00

Dirt is SLOW! ฝนตกแบบนี้อย่าลืมล้างจักรยานนะ

 

ช่วงนี้ฝนตกบ่อย หลายคนอาจจะปั่นลุยฝนมาแล้วก็จอดทิ้งไว้ นั่นเป็นความคิดที่ผิดอย่างมาก เพราะไม่เพียงแต่จะเปียกน้ำฝน แต่เศษทรายหรือดินต่างๆยังเกาะอยู่กับรถจักรยานด้วย และถ้าไม่ทำความสะอาดหลังจากลุยฝน สิ่งเล็กๆเหล่านี้ก็อาจจะทำให้ชุดขับเคลื่อนนั้นทำงานได้ไม่ดีหรือเกิดสนิมขึ้นได้ ทางที่ดีควรจะล้างรถทันทีเมื่อปั่นลุยฝนมา หรือถ้ายังไม่มีเวลาอย่างน้อยที่สุดก็ควรเอาน้ำสะอาดฉีดล้างเศษสิ่งสกปรกต่างๆไว้ก่อน

 

วันนี้เรามีทริคการล้างรถจักรยานเป็นขั้นตอนง่ายๆ มาลองทำตามกันดูนะครับ

 

 

ก่อนที่จะทำการล้างรถ อุปกรณ์เหล่านี้จะทำมให้การล้างรถของคุณนั้นง่ายขึ้น

  1. ผ้าสะอาด 2-3 ผืน สำหรับล้างรถและเช็ดแห้งและเช็ดน้ำมันโซ่เมื่อหยอดเสร็จ
  2. ชุดแปรงล้างรถ จะทำให้คุณล้างรถจักรยานได้ง่ายขึ้น เพราะแปรงเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อล้างจักรยานโดยเฉพาะเช่นจุดที่เป็นซอกเล็กๆต่างๆแปรงเหล่านี้ หรือเตรียมแปรงสีฟันที่ไม่ได้ใช้แล้วนำมาใช้ก็สามารถใช้ประโยชน์ได้
  3. น้ำยาล้างจักยาน น้ำยาล้างจักรยานจะมีส่วนผสมผสมที่ขจัดคราบสิ่งสกปรกได้ดีกว่าสบู่ทั่วไป แนะนำให้ฉีดทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วค่อยนำผ้าหรือฟองน้ำล้างจะทำให้ล้างได้ง่ายขึ้น หรือใช้น้ำยาล้างจานเจือจางในการล้างก็สามารถใช้ได้เช่นกัน
  4. น้ำยาล้างโซ่ ควรใช้น้ำยาล้างโซ่โดยเฉพาะจะช่วยทำความสะอาดจารบี หรือคราบที่เหนียวกว่าสิ่งสกปรกอื่นๆได้ง่ายกว่า หรือเลี่ยงการใช้น้ำมันก๊าสต่างๆในการล้างโซ่หรือเฟือง (เพราะไม่ดีต่อสิ่งแวดล้อมและต่อตัวคุณเอง)
  5. เตรียมน้ำมันหยอดโซ่ ชนิดแห้งหรือเปียก ขึ้นอยู่กับการใช้งานในขณะนั้น ถ้าช่วงนี้เราก็ควรเลือกเป็นแบบ WET น้ำมันจะเคลือบโซ่ได้ทนทานกว่าหากเราปั่นลุยฝนครับ

 

 

Step 1

ฉีดน้ำให้ทั่วทั้งคัน โดยพยายามใช้น้ำที่เป็นแบบละเอียดและแรงดันต่ำ ฉีดให้ทั่วแบบห่างๆ พยายามไม่ให้น้ำเข้าไปในชิ้นส่วนจักรยานต่างๆ

 

 

Step 2

ถอดล้อ และเริ่มล้างจากชุดขับเคลื่อนก่อนเ ชุดขับเคลื่อนจะเป็นจุดที่มีคราบสกปรกเยอะที่สุด เริ่มจากการล้างชุดขับเคลื่อนโดยใช้น้ำยาล้างโซ่ฉีดให้ทั่วชุดขับเคลื่อน แล้วทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที น้ำยาล้างโซ่เหล่านี้จะแทรกซึมสิ่งสกปรกทำให้ล้างง่ายขึ้น ใช้แปรงขัดโซ่ จานหน้า ตีนผี ลูกรอกตีนผี สับจานหน้า ให้ทั่ว ควรทำความสะอาดและหล่อลื่นบ่อยๆเพื่อลดอัตราการสึกหรอของโซ่

 

 

Step 3

เมื่อขัดชุดขับเคลื่อนเสร็จ ให้ฉีดน้ำล้างคราบสกปรกต่างๆออกก่อน

 

 

Step 4

ล้างเฟรมจักรยานและล้อ ใช้แปรงหรือผ้าถูเบาๆ เพื่อขจัดสิ่งสกปรก โดยเริ่มจากส่วนบนลงล่าง ทำความสะอาดชุด Cockpit ต่างๆ แฮนด์ ผ้าพันแฮนด์, ท่อบน, seatstays, ตะเกียบหน้าและเบรค หากคุณใช้ดิสเบรคพยายามอย่าให้น้ำยาล้างรถโดนผ้าเบรค คุณสามารถใช้น้ำยาล้างใบดิสเพื่อทำความสะอาดใบดิส และเมื่อล้างเฟรม เสร็จแล้วก็ต่อด้วยการล้างล้อ โดยเริ่มจากการขัดเฟืองก่อนจากนั้นล้างน้ำออก แล้วจึงค่อยทำการล้างขอบล้อ ดุมล้อ ซี่ลวดรวมถึงยางด้วย

 

 

Step 5

เช็ดหรือเป่าให้แห้งเมื่อล้างเสร็จทันที เพื่อไม่ให้เกิดคราบหรือสนิม

 

 

Step 6

เมื่อเช็ดหรือเป่าเฟรมและชุดขับเคลื่อนแห้งแล้วให้หยอดน้ำมันโซ่ทันที โดยการหยอดน้ำมันโซ่ทุกข้อและหมุนจาน แล้วจึงใช้ผ้าสะอาดเช็ดน้ำยาเคลือบที่โซ่อีกครั้ง และทำการเช็คเกียร์อีกครั้งว่ามีความสมูทตามปกติหรือยัง

 

 

หมั่นล้างรถจักรยานอยู่เป็นประจำครับ จักรยานที่สะอาดนั้นจะทำให้การปั่นที่ราบรื่นและทำให้ยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วนต่างๆไปได้อีกด้วยรวมถึงลดความสึกหลอให้น้อยลงไปอีก


ค้นหาร้านค้าเพื่อเข้ารับ Service ได้ที่: hahhong.com/dealer
#RideShimano #DirtIsSlow #ShimanoOriginalParts

 

Dirt is SLOW! ฝนตกแบบนี้อย่าลืมล้างจักรยานนะ2020-06-22T13:51:38+07:00

วิธีการตรวจสอบ MTB Disc Brake อย่างง่าย

 

เบรกที่ทำงานได้สมบูรณ์จะช่วยให้เราปั่นอย่างมั่นใจเเละปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ประสิทธิภาพของเบรกเรานั้นขึ้นอยู่กับการดูเเลรักษา การ service ที่ถูกวิธี วันนี้เรามีเทคนิควิธีการตรวจสอบง่ายๆให้คุณลองได้ลองเช็คเบื้องต้นด้วยตนเอง อย่างไรก็ตามเราเเนะนำให้นำรถเข้า service ที่ร้านเป็นระยะเพื่อการดูเเลที่ดีที่สุดจากช่างที่ผ่านการอบรมเเละยังมีอะไหล่ของเเท้ครบถ้วนคอยบริการ

 

 

ผ้าเบรก

ผ้าเบรกเป็นจุดที่สำผัสกับใบดิสโดยตรง ผ้าเบรกจะสึกไปตามการใช้งานของเราโดยผ้าเบรกแบบ Disc Brakes นั้นจะไม่มีเส้นกำหนดว่าถึงเวลาที่จะเปลี่ยนแล้วเหมือนกับแบบ Rim Brakes แต่จะเป็นการสังเกตจากความหนาของผ้าเบรก โดยผ้าเบรกที่มีความหนาน้อยกว่า 0.5mm นั้นควรที่จะเปลี่ยนทันที เพื่อไม่ให้ตัวสปริงเหล็กเสียดสีกับใบดิส ทำให้เกิดความเสียหายของใบดิสได้

 

 

ใบดิส

โดยทั่วไปแล้วใบดิสควรจะเปลี่ยนหลังจากใช้ผ้าเบรกไปเเล้ว 2 ชุด แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับลักษะการใช้งานด้วยเพราะใบดิสจะค่อยๆบางลงตามการใข้งาน ลองหาเวอร์เนียร์มาวัดขนาดความหนาของใบดิสดู หากใบดิสมีความหนาน้อยกว่า 1.5mm หรือการเบรกเริ่มไม่อยู่หรือมีเสียงดัง ก็ควรที่จะเปลี่ยนผ้าเบรกและใบดิสควบคู่กันไป

*ระบบใบดิสของ Shimano จะใช้เทคโนโลยี ICE TECHNOLOGIES ใบดิสที่เป็นลักษณะวัสดุ 3 ชั้น จะช่วยลดอุณหภูมิได้มากถึง 100องศา เพิ่มการ Control
รถได้ดียิ่งขึ้น และรักษาระบบเบรกให้ทนทานยิ่งขึ้น แนะนำให้ใช้ใบดิส และ ชุดเบรก Shimano คู่กันเพื่อประสิทธิภาพที่สูงที่สุด

 

 

น้ำมันเบรก

ควรไปร้านเพื่อ Service น้ำมันเบรกด้วย น้ำมันเบรกเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ เพราะน้ำมันเบรกจะอยู่ในสายเบรกทั้งเส้นและเชื่อมโยงเข้ากับคาร์ลิเปอร์โดยตรง น้ำมันเบรกจะถูกแรงดันจากการบีบมือเบรกส่งไปยังลูกสูบของคาร์ลิเปอร์ น้ำมันเบรกจะได้รับความร้อนสูง และน้ำมันเบรกหากใช้งานไปจะมีสิ่งสกปรกที่เกิดขึ้นจากตัวน้ำมันเบรกเองเมื่อขณะใช้งานหรือเล็ดลอดเข้ามาผ่านทางซีลลูกสูบ การใช้น้ำมันเบรกที่มีสิ่งสกปรกนั้นจะลดประสิทธิภาพของเบรกลงและเป็นสาเหตุให้มันทำลายซีลต่างๆได้ ดังนั้นควรที่จะไล่น้ำมันเบรกด้วยเมื่อเข้าทำการ Service เพื่อประสิทธิภาพการเบรกที่ดีที่สุดครับ

น้ำมันเบรก Shimano Mineral Oil เป็นน้ำมันที่มีจุดเดือดสูงและทนต่อความร้อนได้ดี อีกทั้งน้ำมัน Shimano Mineral Oil จะมีการดูดซึมความชื้นในอากาศที่น้อยมากๆ
หรือแทบจะไม่มี ทำให้เบรกมีอายุการใช้งานที่นานและประสิทธิภาพสูง

 

 

Service เป็นระยะ

แนะนำให้นำรถจักรยานไป Service ชุดเบรกที่ร้านจักรยาน เพราะร้านค้าจะมีเครื่องมือต่างๆที่พร้อม Service และมีช่างที่ชำนาญในการแก้ปัญหาพร้อมทั้งอะไหล่ต่างๆหากเราต้องเปลี่ยนทันทีก็สามารถ Service ได้จบในที่เดียว

ค้นหาร้านค้าตัวเเทนที่พร้อมบริการได้ที่: http://hahhong.com/dealer/

วิธีการตรวจสอบ MTB Disc Brake อย่างง่าย2020-06-18T10:12:49+07:00

M5100/M6100 SERIES: มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง?

ชุดขับ DEORE M6100 12-Speed เเละ M5100 11-Speed น้องใหม่ในครอบครัว Shimano MTB มีอะไรที่พัฒนาจากรุ่นที่แล้วบ้างเเละมีเทคโนโลยีอะไรที่เพิ่มขึ้นมา เรามาดูแต่ละชิ้นส่วนกันเลย

เกียร์ที่กว้างมากขึ้น

เริ่มจากจำนวนเกียร์ที่กว้างขึ้นจาก 10 Speed ไปเป็น 12 Speed (M6100) ที่เข้ามาเติมเต็ม Shimano MTB 12 Speed ได้อย่างสมบูรณ์ DEORE เป็นชุดขับ 12 Speed ตัวเริ่มต้นที่ให้คุณได้สัมผัสเทคโนโลยีที่ดีที่สุดจาก SHIMANO อีกทั้ง Deore ใหม่ก็ยังพัฒนา 11 Speed ใหม่ (M5100)อีกด้วย

ระบบเกียร์ใหม่

ระบบเกียร์ใหม่ที่เปลี่ยนใหม่จาก Hyperglide ไปยัง Hyperglide+ ที่จะทำให้การทำงานของระบบเกียร์นั้นนิ่งขึ้นในการเปลี่ยนเกียร์ทั้งขึ้นและลง

ระบบ Hyperglide+ ที่มีอยู่ใน XTR XT SLX ได้ลงมาอยู่ในระบบเกียร์ใหม่ของ Deore 12 Speed ด้วย นั่นทำให้ Deore เป็นชุดเกียร์ตัวเริ่มต้นที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกันกับทุก series ของ 12 Speed มีการทำงานที่รวดเร็วขึ้น นิ่งมากขึ้น ทำให้การปั่นของเราสนุกและมี Performance ที่ดีมากขึ้น

เฟืองหลังที่กว้างขึ้น

เฟืองใหม่ CS-M6100 12 Speed 10-51T ให้ระยะเกียร์ที่กว้างยิ่งขึ้น ตอบโจทย์ในทุกเส้นทางมีโครงสร้างแบบ Beam spider ช่วยลดน้ำหนักลงและให้ความ stiff ที่ดี และ เฟืองหลัง 11-51 ใช้งานควบคู่กับจานหน้าใบเดี่ยวแบบ 1×11 Speed และ 11-42 ใช้งานคู่กับจาน2ชั้น แบบ 2×11 Speed

ราคาเฟือง 10-51T 2,390 บาท 12 Speed
ราคาเฟือง 11-51T 1,760 บาท 11 Speed

ตีนผี Stiff ขึ้น รวดเร็วขึ้น

ตีนผี มีการทำงานที่รวดเร็วและแม่นยำขึ้นที่ เทคโนโลยี SHIMANO SHADOW RD + ที่จะลดอาการโซ่ตกได้ในขณะที่เราใช้งานในเส้นทางลุยหนัก และความแข็งแรงที่เพิ่มมากขึ้นจากรุ่นที่แล้ว

ราคาตีนผี 1×12 1,420 บาท
ราคาตีนผี 1×11 1,100 บาท

ตัวเลือกจานหน้า

สำหรับจานหน้า Deore ใหม่ ก็มีหน้าตาที่สวยงาม และดุดันมากขึ้น ด้วยการเล่นสีแบบ Metallic Color Shift และใช้รูปแบบใบจาน direct mount มีขนาด 30 และ 32 ครับ และมี Q-factor ที่รองรับได้กับรถ MTB ทุกประเภท

  • จานหน้าใบเดี่ยวแบบ 1×11 Speed ก็จะคล้ายกับตัว 12 Speed แต่จะเป็นรูปแบบ Spider ไม่เป็นแบบ direct mount เหมือนตัว 12 speed ครับ ส่วน Q-factor ระยะ chain line ก็รองรับพวกรถ Trail ได้ครับ ขนาดใบจานเท่ากับตัว 12 Speed ครับ
  • ชุดจานหน้า 2 ชั้นแบบ 11 speed มาในเสป็คจานหน้า 36-26T ใช้ควบคู่กับเฟืองหลังขนาด 11-42T ครับ

ราคาจานหน้า 1×12 2,420 บาท
ราคาจานหน้า 1×11 1,540 บาท

โซ่ใหม่

โซ่ใหม่เคลือบสารหล่อลื่น Sil-Tec มาพร้อมกับ Quick-link ให้การส่งกำลังที่ดีเยี่ยม

ราคาโซ่ 700 บาท 12 Speed
ราคาโซ่ 870 บาท 11 Speed

มือเบรกเพิ่มจุดซัพพอร์ท

มือเบรกมีการพัฒนาให้เหมือนกับ XTR XT SLX ให้พลังเบรกที่มาก และเพิ่มความ stiff ของมือเบรกด้วย support point และมีการทำงานของเบรกที่รวดเร็วของระบบ Servo wave action มือเบรกมาในรูปแบบแคลมป์รัด หรือ I-Spec EV ที่จะยึดติดกับชิฟเตอร์ได้อย่างลงตัว

2-PISTON Caliper

คาลิเปอร์ 2 piston ให้พลังเบรกที่เหนือชั้น การออกแบบใหม่ของ mount ที่ใช้โครงสร้างใหม่ที่แข็งแรงขึ้น และลดอุณหภูมิลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ราคาชุดเบรกหน้าหลัง 3,660 บาท

การเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วและปรับองศาได้ตามความถนัด

ชิฟเตอร์ใหม่แบบ 1×12 Speed และ 1×11 Speed มีให้เลือกแบบ I-Spec EV ให้การปรับองศาได้มากขึ้นตามความถนัดของผู้ใช้งาน และมีระบบการทำงานที่นุ่มนวลเหมือนรุ่นพี่
อย่าง SLX หรือ XT มีการปรับเกียร์ได้รวดเร็วถึง 3 เกียร์ในการกด 1 ครั้ง และรุ่นที่มีตัวบอกตำเกียร์ให้เลือกเป็น Option เสริม

สำหรับชิฟเตอร์ฝั่งสับจานหน้าที่ใช้กับ 2×11 Speed จะเป็นแบบ Mono lever ที่จะเป็นก้านเปลี่ยนเกียร์ก้านเดียว ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่ง่ายขึ้นและปรับมุมองศาได้เช่นเดียวกัน รวมถึง
มีน้ำหนักที่เบา

ราคาชิฟเตอร์ 1×12 620 บาท / ราคาชิฟเตอร์ 1×12 แบบมีจอ 650 บาท
ราคาชิฟเตอร์ 1×11 500 บาท / ราคาชิฟเตอร์ 1×11 แบบมีจอ 530 บาท


ดูรีวิวสินค้าได้ที่: https://youtu.be/C2tkAC_MRK4
สอบถามเพิ่มเติม หรือใช้บริการ service ได้ที่: http://hahhong.com/dealer/

M5100/M6100 SERIES: มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง?2020-06-17T15:14:42+07:00
Go to Top