นักปั่นทุกท่านคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าหมวกจักรยานเป็นไอเท็มที่ขาดไปไม่ได้ในทุกการออกปั่น เพราะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยปกป้องศีรษะของเราหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา แน่นอนว่า LAZER ให้ความสำคัญกับการพัฒนาหมวกจักรยานให้มีความปลอดภัยมากที่สุดเป็นอันดับแรก แต่เราไม่ได้พึงพอใจแค่นั้น LAZER ยังมีปณิธานที่จะช่วยให้นักปั่นสามารถสนุกสนานไปกับการปั่นได้อย่างปลอดภัย จากการสวมใส่หมวกที่ทำให้รู้สึกสบาย

เราจึงทำการทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเกิดเป็นเทคโนโลยีใหม่ในชื่อ KINETICORE ที่บาลานซ์ทั้งความปลอดภัยและความสบายได้อย่างลงตัว ภายใต้คอนเซปต์ BETTER BY DESIGN ที่เล่าแบบง่ายๆก็คือการออกแบบโฟมภายในหมวกใหม่ ให้สามารถปกป้องศีรษะจากแรงกระแทกได้มากขึ้น ระบายอากาศได้ดีขึ้น น้ำหนักเบาลง แล้วยังลดการใช้พลาสติกลง จึงเป็นมิตรต่อโลกอีกด้วย

KINETICORE น่าสนใจอย่างไร เราไปทำความรู้จักพร้อมๆกันเลย

#LazerSportSEA #UseYourHead #allfortherideSEA

ปกป้องจากแรงกระแทก

LAZER ออกแบบ KINETICORE โดยได้ไอเดียมาจาก Crumple Zone ในรถยนต์ คือการเผื่อพื้นที่เสมือนกันชนให้คอยรับแรงกระแทกและยุบตัวไปเพื่อสลายแรงให้ได้มากที่สุดก่อนจะมาถึงห้องโดยสาร โดยนำเอามาใส่ไว้ภายในหมวกจักรยานเป็น Controlled Crumple Zones คือแพทเทิร์นของโฟมภายในหมวกที่พร้อมจะรับแรงกระแทกไม่ว่าจากมุมตรงหรือแนวทแยง แล้วยุบตัวลงไปเพื่อสลายแรงไม่ให้มากระทบถึงศีรษะของนักปั่นนั่นเอง โดยเทคโนโลยี KINETICORE นี้คือการเปลี่ยนดีไซน์ของโฟมภายในหมวก จึงเป็นชิ้นเดียวกับหมวก ไม่จำเป็นต้องติดตั้งอะไรเพิ่มเติม

ระบายอากาศดี

KINETICORE นอกจากมีแพทเทิร์นโฟมที่ช่วยสลายแรงกระแทกแล้ว ตัวแพทเทิร์นยังถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงช่องทางที่อากาศจะไหลผ่านจากด้านหน้าไปถึงท้ายหมวก ให้สามารถโฟลวอากาศได้ลื่นไหลที่สุดโดยไม่เกิด drag จึงตอบสนองต่อความต้องการหมวกที่เย็นสบายได้เป็นอย่างดี

น้ำหนักเบา ลดภาระกดทับ

นอกจากนี้แพทเทิร์นภายในหมวกที่เปลี่ยนไปยังทำให้หมวกมีน้ำหนักโดยรวมเบาลงถึง 3% ช่วยลดภาระที่กดกับบนศีรษะ จึงสวมใส่แล้วรู้สึกเบาสบายขึ้นอีกด้วย

ลดการใช้พลาสติก

การผลิตหมวกที่มีเทคโนโลยี KINETICORE สามารถลดการใช้พลาสติกและโฟมลงได้ถึง 10% เมื่อเทียบกับหมวกแบบเดิม ทำให้การผลิตหมวก KINETICORE 1,000 ใบสามารถลดการใช้พลาสติกและโฟมไปได้ถึง 40KG ซึ่งแน่นอนว่าใน 1 ปีเราไม่ได้ผลิตหมวกแค่ 1,000 ใบ รวมๆ แล้วจึงสามารถลดการใช้ทรัพยากรไปได้มหาศาล

LAZER Vento KinetiCore

หมวกสายแอโร่รุ่นใหม่ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นตัวท็อป พิสูจน์แล้วด้วยอุโมงค์ลมของ LAZER ว่าช่วยเซฟวัตต์ได้ถึง 2% เมื่อเทียบกับ Bullet 2.0 Mips นอกจากนี้ยังสวมใส่เย็นสบายด้วยรูระบายอากาศตามจุดต่างๆทั้งด้านหน้า ด้านข้าง ด้านบน และด้านล่าง ที่ช่วยกันโฟลวอากาศให้ไหลผ่านหมวกได้โดยไม่เกิด drag มาพร้อมระบบปรับกระชับแบบใหม่ ScrollSys system ที่ปรับกระชับได้ง่ายกว่าเดิม ครอบคลุม 360 อาศา และแน่นอนว่าสวมใส่ได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี KINETICORE ที่ช่วยสลายแรงกระแทกก่อนถึงศีรษะ ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลถึง 3 สถาบันคือ CE – CPSC – AS แล้วยังได้คะแนน 5 ดาวจาก Virginia Tech อีกด้วย

ราคา 7,600 บาท

LAZER Jackal KinetiCore

หมวกตัวท็อปสาย MTB ที่ขึ้นชื่อเรื่องการปกป้องครอบคลุมสูงสุด พร้อมป้องกันให้คุณปลอดภัยยิ่งกว่าเดิมด้วยการปรับปรุงภายในหมวกเป็นเทคโนโลยี KINETICORE ทำให้น้ำหนักโดยรวมของหมวกเบาลงถึง 10G เมื่อเทียบกับ Jackal รุ่นก่อน แต่ยังคงไว้ทั้งความสบายและฟีเจอร์มากมาย ไม่ว่าจะรูระบายอากาศขนาดใหญ่ช่วยให้อากาศโฟลวได้เย็นสบาย Visor ปรับระดับได้ แถบยึด Goggle ด้านหลังหมวก และสายคล้องแบบแม่เหล็กที่ถอดใส่ได้ง่าย รวมถึงได้รับการรับรองมาตรฐานสากลจาก 3 สถาบันคือ CE – CPSC – AS แล้วยังได้คะแนน 5 ดาวจาก Virginia Tech อีกด้วย

ราคา 5,500 บาท

LAZER Strada KinetiCore

สัมผัสเทคโนโลยีใหม่จาก LAZER ได้ในราคาย่อมเยาว์ สวมใส่เย็นสบายด้วยรูระบายอากาศขนาดใหญ่ที่ผสานกับช่องระบายอากาศด้านในของ KINETICORE ให้การปกป้องครอบคลุมด้วย Full buttom shell มาพร้อมระบบปรับกระชับแบบใหม่ ScrollSys system ที่ปรับกระชับได้ง่ายกว่าเดิม ครอบคลุม 360 อาศา รวมถึงมีช่องสำหรับเสียบแว่นตา และมั่นใจได้ด้วยการรับรองมาตรฐานสากลจาก 3 สถาบันคือ CE – CPSC – AS แล้วยังได้คะแนน 5 ดาวจาก Virginia Tech อีกด้วย

ราคา 3,200 บาท

LAZER Pnut KinetiCore

เพราะนักปั่นทุกคนควรเข้าถึงความปลอดภัยในการปั่น ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ มือเก๋า หรือแม้แต่นักปั่นตัวจิ๋ว LAZER ได้นำเทคโนโลยี KINETICORE เข้ามาใส่ไว้ในหมวกเด็ก ทำให้นอกจากจะมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังมีน้ำหนักเบาลง เพื่อลดการกดทับบนศีรษะ ทำให้เด็กๆรู้สึกสบายเวลาสวมใส่หมวก และไม่รู้สึกต่อต้านการสวมหมวกจักรยานนั่นเอง นอกจากนี้ยังให้การปกป้องครอบคลุมรอบด้าน มาพร้อมตาข่ายกันแมลง เลือกใช้ง่ายเพราะเป็นแบบ Auto Fit สำหรับศีรษะขนาด 46-50 cm และแน่นอนว่าได้รับการรับรองมาตรฐานสากลจาก 3 สถาบันคือ CE – CPSC – AS

ราคา 1,350 บาท